ประวัติ J&T Express

เขียนเมื่อ: 19/09/2026 13:53

J&T Express หรือ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เป็นบริษัทผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และขนส่งพัสดุที่มีจุดเริ่มต้นในประเทศอินโดนีเซีย ก่อนขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วไปยังหลายประเทศในเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ โดยมีจุดเด่นด้านการนำเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการการขนส่งและตอบสนองการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ





จุดเริ่มต้นของ J&T Express


J&T Express ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดย Jet Jie Li (Jet Lee) ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ก่อนหน้านี้ Jet Lee มีประสบการณ์ทำงานในธุรกิจโทรศัพท์มือถือและการขยายตลาดในเอเชีย โดยเฉพาะจากประสบการณ์กับ OPPO ในอินโดนีเซียและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค

J&T เริ่มดำเนินธุรกิจในอินโดนีเซียในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 และมุ่งเน้นตลาดการจัดส่งพัสดุที่เชื่อมโยงกับธุรกิจออนไลน์และอีคอมเมิร์ซตั้งแต่ช่วงแรก บริษัทนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่ง รวมถึงระบบติดตามพัสดุแบบเรียลไทม์


การขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ

หลังจากประสบความสำเร็จในอินโดนีเซีย J&T Express เริ่มขยายเครือข่ายไปยังประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปี 2561 บริษัทได้ขยายเข้าสู่ เวียดนามและมาเลเซีย และในปี 2562 ได้เปิดดำเนินงานใน ฟิลิปปินส์ ไทย และกัมพูชา ต่อมาในปี 2563 บริษัทได้เข้าสู่ สิงคโปร์และจีน

การขยายตัวดังกล่าวทำให้ J&T จากบริษัทขนส่งที่เริ่มต้นในอินโดนีเซีย กลายเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่มีเครือข่ายในหลายประเทศ โดยเฉพาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีการเติบโตของอีคอมเมิร์ซอย่างต่อเนื่อง



J&T Express ในประเทศไทย

J&T Express เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในเดือน มีนาคม พ.ศ. 2562 (ค.ศ. 2019) ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับการขยายธุรกิจไปยังฟิลิปปินส์ บริษัทมุ่งให้บริการรับส่งพัสดุสำหรับทั้งผู้บริโภคทั่วไปและธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอีคอมเมิร์ซ

ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย J&T Express ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการจัดส่ง รวมถึงการพัฒนาบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจออนไลน์ ปัจจุบันบริษัทมีการนำเสนอบริการด้านโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมมากขึ้น เช่น J&T Fulfillment ซึ่งให้บริการจัดเก็บสินค้า แพ็กสินค้า และกระจายสินค้า เพื่อรองรับผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ กรมประชาสัมพันธ์

ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 J&T Express ประเทศไทยได้ครบรอบ 7 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยบริษัทระบุว่ายังคงมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ และประสบการณ์ของลูกค้า กรมประชาสัมพันธ์




การเติบโตในระดับโลก

J&T Express ยังคงขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 บริษัทได้จัดตั้ง J&T International และขยายความสามารถด้านการขนส่งทางอากาศ นอกจากนี้ยังเข้าซื้อธุรกิจขนส่งพัสดุของ BEST ในประเทศจีนในปีเดียวกัน


ในปี 2565 J&T ขยายธุรกิจเพิ่มเติมไปยัง ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เม็กซิโก บราซิล และอียิปต์ ทำให้เครือข่ายของบริษัทครอบคลุมตลาดนอกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น J&T Express

อีกก้าวสำคัญเกิดขึ้นในปี 2566 เมื่อ J&T Express เข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และในปีเดียวกันบริษัทได้เข้าซื้อกิจการ Fengwang Express ในประเทศจีน


เทคโนโลยีกับการดำเนินงาน

หนึ่งในแนวทางสำคัญของ J&T Express คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่ง บริษัทให้ความสำคัญกับระบบดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ตั้งแต่การรับพัสดุ การคัดแยก การติดตาม ไปจนถึงการจัดส่งถึงปลายทาง

ในช่วงแรกของการดำเนินธุรกิจในอินโดนีเซีย บริษัทได้พัฒนาระบบติดตามพัสดุแบบเรียลไทม์ และต่อมาได้นำระบบคัดแยกพัสดุอัตโนมัติมาใช้เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและลดความผิดพลาดในการดำเนินงาน



J&T Express ในปัจจุบัน

ปัจจุบัน J&T Express เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับโลก โดยมีเครือข่ายในหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย กัมพูชา สิงคโปร์ จีน ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เม็กซิโก บราซิล และอียิปต์ J&T Express

ข้อมูลของบริษัท ณ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ระบุว่า J&T Express มีศูนย์คัดแยกประมาณ 260 แห่ง จุดให้บริการประมาณ 19,800 แห่ง และมีพันธมิตรเครือข่ายประมาณ 6,400 ราย ทั่วโลก


J&T Express มีจุดเริ่มต้นจากธุรกิจขนส่งในประเทศอินโดนีเซียเมื่อปี 2558 และเติบโตอย่างรวดเร็วจากการให้ความสำคัญกับตลาดอีคอมเมิร์ซ เทคโนโลยี และเครือข่ายโลจิสติกส์ บริษัทขยายกิจการจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังจีน ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในปี 2566

จากบริษัทขนส่งที่เริ่มต้นในอินโดนีเซีย J&T Express จึงพัฒนามาเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับนานาชาติที่มีเครือข่ายครอบคลุมหลายประเทศ และยังคงมุ่งพัฒนาระบบดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอนาคต