ปัจจุบันการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์และการค้าขายผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทำให้ธุรกิจขนส่งพัสดุในประเทศไทยมีการแข่งขันสูงขึ้น ผู้ให้บริการแต่ละรายมีจุดเด่นแตกต่างกัน ทั้งด้านราคา ความรวดเร็ว พื้นที่ให้บริการ การเข้ารับพัสดุ และบริการเสริมต่าง ๆ
สำหรับคนที่กำลังมองหาขนส่งเพื่อส่งสินค้า วันนี้เรารวม **ผู้ให้บริการขนส่งที่เป็นที่รู้จักในประเทศไทย** มาให้ดูกันค่ะ
1. ไปรษณีย์ไทย (Thailand Post)

หนึ่งในผู้ให้บริการขนส่งที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ มีทั้งบริการส่งพัสดุภายในประเทศและระหว่างประเทศ เช่น EMS และบริการพัสดุประเภทต่าง ๆ
จุดเด่น
- มีสาขาและจุดให้บริการจำนวนมาก
- ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ
-มีบริการทั้งในประเทศและต่างประเทศ
-เหมาะกับสินค้าหลากหลายประเภท
2. Flash Express

ผู้ให้บริการขนส่งเอกชนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มร้านค้าออนไลน์ มีบริการรับพัสดุถึงบ้านและมีจุดให้บริการหลายพื้นที่
จุดเด่น
-มีบริการเข้ารับพัสดุ
-เหมาะสำหรับร้านค้าออนไลน์
- มีระบบติดตามสถานะพัสดุ
- มีบริการ COD ในบางรูปแบบ
3. J&T Express

ขนส่งเอกชนที่ได้รับความนิยมในตลาดอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะร้านค้าที่มีการส่งพัสดุเป็นจำนวนมาก
จุดเด่น
-รองรับพัสดุจากร้านค้าออนไลน์
- มีระบบติดตามพัสดุ
- มีบริการรับพัสดุในหลายพื้นที่
- มีบริการเก็บเงินปลายทาง
4. KEX Express

เดิมเป็นที่รู้จักในชื่อ **Kerry Express Thailand** และปัจจุบันดำเนินงานภายใต้ชื่อ KEX Express ให้บริการขนส่งพัสดุภายในประเทศและมีบริการสำหรับลูกค้าธุรกิจ
จุดเด่น
- มีประสบการณ์ในตลาดขนส่งไทยมายาวนาน
- มีจุดให้บริการหลายพื้นที่
- รองรับทั้งลูกค้าทั่วไปและธุรกิจ
- มีระบบติดตามพัสดุ
5. Ninja Van

ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่เน้นตลาดอีคอมเมิร์ซและการจัดส่งพัสดุ มีระบบติดตามสถานะสินค้าและบริการสำหรับธุรกิจออนไลน์
จุดเด่น
- เหมาะกับธุรกิจออนไลน์
- มีระบบจัดการและติดตามพัสดุ
- รองรับการจัดส่งจำนวนมาก
6. SPX Express
ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงกับระบบอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะการจัดส่งสินค้าจากแพลตฟอร์มออนไลน์
จุดเด่น
-รองรับการจัดส่งจากร้านค้าออนไลน์
-มีระบบติดตามพัสดุ
-เหมาะกับผู้ขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
7. BEST Express

ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่เคยมีบทบาทในตลาดพัสดุและอีคอมเมิร์ซของไทย โดยให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์สำหรับธุรกิจ
> สถานะและรูปแบบบริการของผู้ให้บริการแต่ละรายอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาและพื้นที่ให้บริการ
เลือกขนส่งเจ้าไหนดี?
การเลือกบริษัทขนส่งควรดูจาก **ประเภทสินค้า น้ำหนัก ขนาด ระยะทาง ความเร็วที่ต้องการ และงบประมาณ** ไม่จำเป็นต้องเลือกบริษัทเดียวสำหรับสินค้าทุกประเภท
ตัวอย่างเช่น
พัสดุทั่วไป → ไปรษณีย์ไทย / Flash / J&T / KEX / SPX
ต้องการส่งด่วนในเมือง → GrabExpress / Lalamove
ส่งสินค้าไปต่างประเทศ → DHL / FedEx / UPS / ไปรษณีย์ไทย
สินค้าขนาดใหญ่หรือจำนวนมาก → บริษัทโลจิสติกส์หรือรถขนส่งเฉพาะทาง
สรุปแล้ว ประเทศไทยมีผู้ให้บริการขนส่งหลายรูปแบบมากขึ้น ทำให้ผู้ขายและผู้บริโภคสามารถเลือกบริการให้เหมาะกับสินค้าและงบประมาณของตัวเองได้ง่ายขึ้น
* หมายเหตุ: รายชื่อและรูปแบบบริการของบริษัทขนส่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาและพื้นที่ให้บริการ ควรตรวจสอบเงื่อนไขและราคากับผู้ให้บริการโดยตรงก่อนใช้บริการ